สมัครสมาชิก

5 ตัวเลือกใหม่ที่จะมาเป็นนายใหญ่ สิงห์บลู หาก แลมพาร์ด โดนปลด


dev

ข่าวฟุตบอลล่าสุด หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่โดยพวกเขาชนะแค่ 1 แมตช์จาก 6 เกมลีกหลังสุด ที่สำคัญพวกเขาเพิ่งจะโดน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาถลุงด้วยสกอร์ 1-3 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เก้าอี้ของ แลมพาร์ด เริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก หากผลงานยังไม่ดีขึ้นมาอย่างนี้ เสี่ยหมี อาจจะหากุนซือคนใหม่มาแทนกองกลางตำนานสิงห์บลูรายนี้ก็เป็นได้

และนี้คือ 5 ผู้จัดการทีมทางเลือกที่จะมาคุม เชลซี หากมีการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด กลางอากาศ

1.โธมัส ทูเคิล

กุนซือชาวเยอรมันที่เพิ่งจะแยกทางกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาแบบสด ๆ ร้อน ๆ ทูเคิล สร้างชื่อจากการคุมทีม ไมนซ์ 05 ใน บุนเดสลีก้า ก่อนจะมาเป็นที่รู้จักในวงกว้างสมัยที่เข้ารับไม้ต่อในตำแหน่งนายใหญ่ให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถัดจาก เยอร์เกน คล็อปป์ เจ้าตัวเคยพา เสือเหลือง คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ รวมถึงเพิ่งจะพา เปแอสเช เป็นแชมป์ลีก 2 สมัยล่าสุดอีกด้วย

2.เออร์เนสโต้ บัลบาร์เด้

ผู้จัดการทีมวัย 56 ปีผู้ที่แจ้งเกิดกับ แอธเลติก บิลเบา ก่อนจะถูกเลือกให้เข้ามาคุม บาร์เซโลนา ในปี 2017 ซึ่งต้องบอกว่าผลงานจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีโดยเฉพาะใน ลาลีกา ที่เจ้าตัวสามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ใน 2 ปีแรกที่เข้ามาคุมทีมในถิ่น คัมป์นู แต่แน่นอนสิ่งที่ เจ้าบุญทุ่ม ต้องการมากที่สุดคือผลงานในระดับทวีปยุโรป ที่ทีมกลับตกม้าตายชนิดไม่น่าให้อภัยมาโดยตลอดทั้งการพ่ายให้กับ โรมา 3-0 จากที่นัดแรกชนะมา 4-1 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2018 รวมถึงการบุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 4-0 ที่เกมแรกเอาชนะมา 3-0 ตกรอบ 4 ทีมสุดท้ายไปในปี 2019 ที่ผ่านมา กระทั่งต้นปี 2020 ด้วยผลงานที่ดูจะยังไม่ดีขึ้น ทำให้ บัลบาร์เด้ ต้องแยกทางกับสโมสรไปในที่สุด

3.มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี

กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 53 ปี ผู้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นใน กัลโช เซเรีย อา เริ่มจากสร้างชื่อกับทีม ซาสซูโอโล กายารี และย้ายมาคุม เอซี มิลาน ในปี 2010 ซึ่งเขาสามารถพา ปีศาจแดงดำ คว้าแชมป์ลีกมาครองได้ในปีนั้น ก่อนที่ทีมจะประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จนเป็น ยูเวนตุส ที่ดึงเขาไปร่วมงานในปี 2014 แน่นอนว่าเขายังคงสามารถสานต่อความยิ่งใหญ่ด้วยการพา ทัพม้าลาย คว้าแชมป์สกูเดตโต มาครองได้อย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่เข้ารับหน้าที่ กระทั่งแยกทางกับทีมหลังหมดสัญญาในปี 2019 ที่ผ่านมา

4.ลูเซียน ฟาฟร์

ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันวัย 63 ปีผู้มากประสบการณ์ ฟาฟร์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการคุมทีมในลีกสูงสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังจากนั้นก็กลับมาคม แฮร์ธา เบอร์ลิน โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค และเลือกย้ายไปทำทีม นีซ ใน ลีกเอิง สองปี ก่อนจะกลับมารับงานคุมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปี 2018 แม้ผลงานของเจ้าตัวอาจจะยังไม่มีแชมป์รายการใหญ่ ๆ มาประดับบารมี แต่หากในเรื่องฝีมือและประสบการณ์เขาก็จัดว่าเป็นกุนซือหัวแถวคนหนึ่งของยุโรป ณ เวลานี้เลยที

5.ลูเซียโน สปัลเล็ตติ

ยอดกุนซือชาวอิตาเลียนวัย 61 ปี ที่ผ่านประสบการณ์มาคุมทีมมาอย่างโชกโชนโดยเฉพาะช่วงตั้งแต่ปี 2005 ที่เจ้าตัวรับงานคุม โรมา และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศได้ 2 ปีติดต่อกันเมื่อปี 2007 และ 2008 ก่อนจะย้ายไปประสบความสำเร็จกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ประเทศรัสเซีย 5 ปีคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ 2 สมัย กระทั่งปี 2016 เจ้าตัวกลับมาคุม โรมา อีกครั้ง ซึ่งก็ยังทำผลงานได้ค่อนข้างดีจน อินเตอร์ มิลาน มาคว้าตัวไป แต่น่าเสียดายที่ช่วงเวลา 2 ปีกับ ทัพงูใหญ่ เขาไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรและในที่สุดก็แยกทางกันด้วยดีหลังจบฤดูกาล 2018/19 ที่ผ่านมา