สมัครสมาชิก

รวม 5 โมเม้นต์ในโลกลูกหนังที่แฟนบอลจดจำได้ดีของ ดีเอโก้ มาราโดนา


dev

ข่าวฟุตบอลล่าสุด เปิด 5 โมเมนต์สำคัญในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ที่มีทั้งด้านขาวและดำ

แฟนบอลทั่วโลกยังคงโศกเศร้าและเสียใจกับการจากไปของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา และ นาโปลี ที่เสียชีวิตด้วยวัย 60 ปี เนื่องจากหัวใจวาย เมื่อวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

มาราโดน่า เจ้าของฉายา “เสือเตี้ย” เป็นนักเตะที่มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง โดยถ้าเรื่องในสนามต้องยกให้ว่ามีฝีเท้าหมายเลขหนึ่งของโลก แต่ถ้าเรื่องนอกสนามก็ฉาวไม่แพ้กันทั้งการใช้สารกระตุ้นต้องห้าม และยาเสพติด เส้นทางสายลูกหนังของดาวเตะอาร์เจนไตน์มีความหวือหวาอย่างมาก และนี่คือ 5 โมเมนต์สำคัญของเขา

1.ฉายแสงตั้งแต่นัดแรก

ในนัดแรกที่ มาราโดน่า ลงสนามให้ อาร์เจนติโนส จูเนียร์ส เจอกับ ตัลเลเรส เดอ กอร์โดบา เมื่อปี 1976 นั้น ฮวน คาร์ลอส มอนเตส กุนซือของทีมให้โอกาสกับเด็กวัยเพียงแค่ 15 ปีลงเล่น เพียงแค่การสัมผัสบอลครั้งที่สอง เจ้าหนูมาราโดน่า ก็โชว์ลีลาเลี้ยงบอลลอดขาของ ฮวน โดมิงโก้ คาเบรร่า กองหลังของทีมคู่แข่งให้เห็นซะเลย เกมนั้นไม่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่อาจไม่ได้เห็นลีลา ก่อนมีภาพถ่ายที่ตีพิมพ์ให้เห็นทางนิตยสาร เอล กลาฟิโก้ เมื่อปี 2001

2.โดนแบนในฟุตบอลโลก 1994

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เคยสั่งแบน มาราโดน่า นาน 15 เดือน เมื่อปี 1991 หลังจากตรวจพบว่าเสพโคเคนในประเทศอิตาลี สมัยค้าแข้งอยู่กับ นาโปลี นอกจากนั้น “เสือเตี้ย” ยังเคยถูกส่งกลับบ้านในศึกฟุตบอลโลก 1994 ที่ประเทศสหรัฐฯ หลังจากลงเล่นไปแค่ 2 นัดเท่านั้น หลังจากถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้นต้องห้ามอีเฟดรีน นี่ถือเป็นจุดด่างพร้อยอีกช่วงหนึ่งของ มาราโดน่า อย่างไรก็ตาม แฟนบอลอาร์เจนไตน์ไม่เคยโทษเขาที่ทำให้ทัพ “ฟ้า-ขาว” ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนั้นเลย

3.คว้าแชมป์โลกรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี

ในปี 1979 มาราโดน่า พาทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ประเทศญี่ปุ่น และยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ด้วย ก่อนหน้านั้น 1 ปี มาราโดน่า พลาดลงเล่นฟุตบอลโลก 1978 ที่บ้านเกิด หลัง เซซาร์ หลุยส์ เมน็อตติ กุนซือ “ฟ้าขาว” ไม่เรียกไปติดทีม อย่างไรก็ตาม มาราโดน่า ติดทีมชาติอาร์เจนตินา ไปเล่นฟุตบอลโลก 1982 ที่ประเทศสเปน แต่ก็ไม่ได้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าจดจำของเจ้าตัวเพราะโดนใบแดง

4.พา นาโปลี ยิ่งใหญ่ในอิตาลี

มาราโดน่า ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 1984 ด้วยค่าตัว 6.9 ล้านปอนด์ และทำให้ทีมจากเนเปิ้ลส์สร้างความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังแดนมะกะโรนี “เสือเตี้ย” ทำให้ นาโปลี เป็นทีมที่แกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และพาทีมคว้าแชมป์หลายรายการอาทิแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัย, ยูฟ่า คัพ 1 ครั้ง, โคปปา อิตาเลีย 1 หน และ อิตาเลียน ซูเปอร์คัพ 1 สมัย

5.คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 และทำประตูสุดงดงาม แถมด้วยหัตถ์พระเจ้า

มาราโดน่า กลับมาผงาดในฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก โดยระเบิดฟอร์มร่ายมนต์ลูกหนังจนคู่แข่งไม่สามารถรับมือได้ โดยเฉพาะในเกมพบ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่เจ้าตัวได้สร้างตำนานยิง 2 ประตูที่โลกไม่มีวันลืมจนถึงทุกวันนี้ ประตูแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 51 หลัง มาราโดน่า สร้างเรื่องสุดมหัศจรรย์ด้วยการกระโดดขึ้นโหม่งบอลหนีมือ ปีเตอร์ ชิลตัน นายทวาร “สิงโตคำราม” อย่างไรก็ตามเมื่อมองจากภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาใช้มือชกบอลก่อนที่ ชิลตัน จะลอยตัวมาถึงทำให้บอลเข้าประตูในที่สุด และในเวลาต่อมาลูกนี้ก็เป็นที่จดจำว่า “หัตถ์พระเจ้า” จากนั้นอีก 4 นาทีต่อมา มาราโดน่า โชว์ลีลาเลี้ยงบอลกว่าครึ่งสนามหลบผู้เล่นอังกฤษ 6 คน รวมทั้ง ชิลตัน ด้วย ก่อนที่จะส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายอย่างงดงาม ก่อนที่ในเวลาต่อมา ฟีฟ่า จะยกให้เป็นประตูแห่งศตวรรษ นอกจากนั้น มาราโดน่า ยังโชว์ลีลาลากหลบคู่แข่ง 4 คนในรอบรองชนะเลิศที่ อาร์เจนตินา ชนะ เบลเยียม อีกด้วย ก่อนที่จะเอาชนะ เยอรมันตะวันตก 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ พร้อมกับคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่