สมัครสมาชิก

ตำนานอาถรรพ์เบอร์ 7 ของ แมนยู ก่อนมาถึง เอดินสัน คาวานี่


dev

เอดินสัน คาวานี่

 แฟนบอล แมนยู ได้เฮดัง ๆ หลังสโมสรคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ มาร่วมทัพได้สำเร็จในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ ซึ่งดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย เลือกเซ็นสัญญาร่วมถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1 ปี พร้อมออปชั่นขยายอีก 1 ปี ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวแต่ทางแมนยูก็ต้องจ่ายค่าเอเย่นซึ่งตามข่าวก็สูงขึ้น 10 ล้านปอนเลยทีเดียว และจากข่าวล่าสุดซึ่งเป็นประกาศทางการจากทีมแมนยูก็ได้ยืนยันแล้วว่าเขาจะเลือกสวมเสื้อหมายเลขอาถรรพ์อย่างเบอร์ 7 ในการแข่งขันให้กับ แมนยู

สำหรับเบอร์ 7 ของ แมนยู ถือว่าเป็นหมายเลขเสื้อที่มีตำนานหลายต่อหลายคนสืบทอดกันมาเป็นรุ่น ๆ นับตั้งแต่ จอร์ช เบสต์ ไล่มา ไบรอัน ร็อบสัน, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทว่านับตั้งแต่ “CR7” อำลาทีมก็ยังไม่เคยมีใครโชว์ฟอร์มได้ดีเหมาะสมกับการเป็นเจ้าของเบอร์ 7 อีกเลย

 เราจะพาย้อนกลับไปดูกันว่าเจ้าของหมายเลขเสื้อเบอร์ 7 ที่ว่ากันว่าเป็นเบอร์ต้องคำสาปของ แมนยู ก่อนหน้านี้มีนักเตะคนใดเคยสวมมาแล้วบ้าง และผลงานของพวกเขาเป็นอย่างไร ?

 1. จอร์จ เบสต์ : 1963-74

 2. ไบรอัน ร็อบสัน : 1981-94

ตำนานกัปตันทีม แมนยู เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำให้หมายเลข 7 คงความศักดิ์สิทธิ์ต่อไป โดย “กัปตันมาร์เวล” เป็นส่วนสำคัญของ ปีศาจแดง ในยุค 80 ถึง 90 โดยลงสนามไป 461 นัด ทำไป 99 ประตู พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 4 สมัย, แชมป์ ลีก คัพ 1 สมัย, แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย และ แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย

3. เอริค คันโตน่า : 1992-97

สุดยอดดาวยิงอารมณ์ศิลปิน เอริค คันโตน่า คือผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จในปี 1993 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นยุคยิ่งใหญ่ของ “ปีศาจแดง” แม้จะอยู่กับทีมเพียง 5 ปี แต่ก็เพียงพอทำให้เขาเข้าไปนั่งในใจของแฟนบอลไปตลอดกาล กับผลงาน 93 ประตู 185 เกม ช่วยทีมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และ เอฟเอ คัพ 2 สมัย

4. เดวิด เบ็คแฮม : 1992-03

เบ็คแฮม คือหนึ่งในตำนานหมายเลข 7 ของ แมนยู หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในระดับเยาวชนของ “ปีศาจแดง” เขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดใหญ่เป็นเวลาถึง 11 ปี ซึ่งลูกยิงฟรีคิกของเขาถือว่าโด่งดังสุด ๆ ในยุคนั้น โดยลงสนาม 394 เกม ยิง 85 ประตู ช่วยทีมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

5. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : 2003-09

โรนัลโด้ ได้รับเสื้อเบอร์ 7 มาตั้งแต่อายุ 18 ปี หลังจากนั้นเขาก็เป็นปรากฏการณ์ของ แมนยู โดย ซีอาร์7 ทำไป 118 ประตู จาก 292 นัด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แถมซิวรางวัล บัลลง ดอร์ สมัยแรก ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2009

 6. ไมเคิ่ล โอเว่น : 2009-12

โอเว่น ในวัยที่เข้าสู่เลข 3 เขาย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล มาร่วมทัพ แมนยู ผลงานในเสื้อหมายเลข 7 ของเขาก็ถือว่าไม่ได้แย่ซะทีเดียว แฟน ๆ ปีศาจแดง จะไม่ลืมประตูชัยของเขาในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้, ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศ และแฮตทริกใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับผลงาน 17 ประตู 52 เกม ช่วยทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 1 สมัย และ ลีก คัพ 1 สมัย

 7. อันโตนิโอ วาเลนเซีย : 2009-2019 (สวมเบอร์ 7 ฤดกาล 2012-13)

หลังจากคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ แมนยู ในฤดูกาล 2011-12 วาเลนเซีย จึงตัดสินใจเปลี่ยนจากเบอร์ 25 มาเป็นหมาย 7 อันเป็นตำนาน และแม้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะพาทีมเป็นแชมป์ลีกได้อีกครั้ง แต่กลับเป็นซีซั่นที่เลวร้ายที่สุดของ วาเลนเซีย ในการเล่นให้ ปีศาจแดง ก็ว่าได้ เจ้าตัวจึงต้องเปลี่ยนกลับไปสวมเบอร์ 25 อีกครั้ง

8. อังเคล ดิ มาเรีย : 2014-15

ดิ มาเรีย ถูก หลุยส์ ฟาน กัล ดึงตัวมาอยู่กับ แมนยู ก่อนที่ฤดูกาล 2014-15 จะเริ่มต้นขึ้น ด้วยค่าตัวกว่า 60 ล้านปอนด์ ซึ่งในตอนนั้นนับว่าเป็นค่าตัวนักเตะที่แพงที่สุดของเกาะอังกฤษ ทว่าเจ้าตัวอำลาทีมไปแบบไม่สวยหลังออกอาการงอแงก่อนชิ่งหนีไปร่วมทัพ เปแอสเช ทั้งที่เพิ่งย้ายร่วมถิ่น “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ได้แค่ปีเดียว พร้อมฝากผลงาน ลงสนาม 32 เกม และยิงประตู 4 ลูก ไว้เป็นที่ระลึก

9. เมมฟิส เดปาย : 2015-17

 เดปาย ถูกส่งมอบเสื้อหมายเลข 7 โดย หลุยส์ ฟาน กัล ทันทีหลังจากย้ายมาจาก พีเอสวี ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ทว่าฟอร์มของ ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ก็ไม่ได้เป็นไปแบบที่แฟน ๆ คาดหวัง โดยลงสนาม 45 เกม ยิงประตู 7 ลูกให้กับ ปีศาจแดง ก่อนย้ายไประเบิดฟอร์มกับ ลียง โดยเจ้าตัวซัดไปแล้ว 53 ประตู จาก 134 เกม ให้กับทีมดังของฝรั่งเศส

10. อเล็กซิส ซานเชซ : 2018-20

นับตั้งแต่ อเล็กซิส ซานเชซ ย้ายจาก อาร์เซนอล ไปร่วมทัพ แมนยู เมื่อปี 2018 เขายังไม่เคยโชว์ฟอร์มการเล่นระดับเทพกับตอนที่เล่นให้กับ ไอ้ปืนใหญ่ ได้เลย กับผลงาน 5 ประตู จาก 45 เกม แถมปีศาจแดงต้องแบกค่าเหนื่อยแสนแพงเอาไว้ จนในที่สุดก็ถูกปล่อยยืมไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน และย้ายร่วมทัพ งูใหญ่ แบบถาวรในซัมเมอร์นี้

ส่วนคนล่าสุดอย่าง คาวานี่ จะเป็นยังไงนั้น ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป